ซันเดอร์แลนด์ขึ้นไปอยู่อันดับต้นของตารางพรีเมียร์ลีก หากวัดจากสถิติสำคัญอย่างหนึ่ง
ตลอดการกลับมาสู่พรีเมียร์ลีกของพวกเขา “แมวดำ” ได้รับคำชื่นชมอย่างมากในเรื่องสปิริตและความไม่ยอมแพ้ และมีตัวเลขหนึ่งที่พิสูจน์สิ่งนั้นได้ชัดเจน
ซันเดอร์แลนด์เลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดด้วยชัยชนะ 2-1 เหนือเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในนัดชิงเพลย์ออฟแชมเปี้ยนชิพฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดซื้อขายสุดร้อนแรงในช่วงซัมเมอร์ โดยได้ผู้เล่นอย่าง กรานิต ชาก้า, ไบรอัน บร็อบบีย์ และ โรบิน โรฟส์ เข้ามาร่วมทีม
ฤดูกาลนี้เต็มไปด้วยช่วงเวลาน่าจดจำ ทั้งการบุกชนะเชลซี เสมอทีมใหญ่อย่างลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมถึงการคว้าชัยในศึกดาร์บี้เหนือ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แบบไป-กลับ แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือความสามารถในการ “คัมแบ็ก” จากสถานการณ์ที่ตามหลัง และเก็บแต้มกลับมาได้
อย่างน่าทึ่ง ทีมของ เรฌิส เลอ บรีส์ ขึ้นไปอยู่หัวตารางร่วมในสถิติ “แต้มที่ได้จากการตามหลัง” ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นทีมและความสามัคคีของขุมกำลังซันเดอร์แลนด์ได้อย่างชัดเจน
มีหลายช่วงเวลาน่าจดจำ เช่น ประตูชัยของ ไบรอัน บร็อบบีย์ ในเกมกับนิวคาสเซิล, ประตูช่วงท้ายเกมของ เชมส์ดีน ทัลบี ในเกมชนะเชลซี 2-1 และประตูปิดเกมสุดดราม่าของ วิลสัน อิซิดอร์ ในชัยชนะเหนือเบรนท์ฟอร์ดที่สนามสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์
ซันเดอร์แลนด์อยู่เหนือทีมดังหลายทีมในตารางนี้ โดยมีเพียง แอสตัน วิลล่า ที่ทำแต้มจากการตามหลังได้เท่ากันที่ 19 คะแนน
ตารางพรีเมียร์ลีก (เรียงตามแต้มที่ได้จากการตามหลัง)
- แอสตัน วิลล่า – 19 คะแนน (จาก 18 เกมที่ตามหลัง)
- ซันเดอร์แลนด์ – 19 คะแนน (จาก 21 เกมที่ตามหลัง)
- บอร์นมัธ – 16 คะแนน (17 เกม)
- แมนฯ ยูไนเต็ด – 15 คะแนน (16 เกม)
- ไบรท์ตัน – 15 คะแนน (20 เกม)
- เชลซี – 13 คะแนน (19 เกม)
- ฟูแล่ม – 13 คะแนน (22 เกม)
- น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ – 13 คะแนน (22 เกม)
- อาร์เซน่อล – 9 คะแนน (10 เกม)
- เอฟเวอร์ตัน – 9 คะแนน (18 เกม)
- ลีดส์ ยูไนเต็ด – 9 คะแนน (18 เกม)
- เวสต์แฮม – 9 คะแนน (22 เกม)
- เบิร์นลีย์ – 9 คะแนน (30 เกม)
- เบรนท์ฟอร์ด – 8 คะแนน (16 เกม)
- คริสตัล พาเลซ – 8 คะแนน (17 เกม)
- สเปอร์ส – 7 คะแนน (23 เกม)
- ลิเวอร์พูล – 5 คะแนน (14 เกม)
- วูล์ฟแฮมป์ตัน – 5 คะแนน (28 เกม)
- แมนฯ ซิตี้ – 3 คะแนน (6 เกม)
- นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด – 3 คะแนน (17 เกม)

