ซัมเมอร์นี้ เน้นเสริมอนาคต-รักษาสมดุล ไม่ทุ่มหนักเหมือนปีที่แล้ว

ซันเดอร์แลนด์กำลังเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ที่มีความสำคัญอย่างมาก

ในช่วงรายการวิดีโอ On The Whistle ฟิล สมิธ ได้เปิดโอกาสให้แฟนบอลเสนอประเด็นที่อยากให้พูดถึง ขณะที่ทีมกำลังอยู่ในช่วงพักจากการแข่งขัน และในตอนนี้เขาได้ออกมาตอบคำถามสำคัญที่แฟนบอลหลายคนสงสัยว่า ซันเดอร์แลนด์ควรจะเดินหน้าอย่างไรในตลาดรอบนี้

ก่อนหน้านี้ ฟลอร็องต์ กีโซลฟี ผู้อำนวยการฟุตบอล ได้ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกกับสื่อเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือ แม้สโมสรจะใช้เงินจำนวนมากในซัมเมอร์ก่อนจนเป็นข่าวใหญ่ แต่หากเทียบกับทีมอื่นในพรีเมียร์ลีกแล้ว ต้นทุนรวมของทีมยังถือว่าตามหลังอยู่พอสมควร ดังนั้น หากต้องการยืนระยะในลีกสูงสุด ซันเดอร์แลนด์ยังจำเป็นต้องลงทุนต่อไป

อีกด้านหนึ่ง สโมสรได้ดึงนักเตะดาวรุ่งเข้ามาจำนวนมาก ทำให้จำเป็นต้องให้เวลาในการพัฒนา แม้การเสริมผู้เล่นประสบการณ์สูงอย่าง กรานิต ชาก้า และ นอร์ดี มูคิเอเล่ จะมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของทีม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสโมสรจะเปลี่ยนแนวทางหลัก

ในตลาดเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซันเดอร์แลนด์ยังคงเดินหน้าคว้าผู้เล่นที่มีศักยภาพสูงและยังพัฒนาได้อีกมาก ด้วยค่าตัวที่ไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับมาตรฐานพรีเมียร์ลีก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแนวทางเดิมยังคงชัดเจน

กีโซลฟีเองก็ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ความมั่นคงของทีม” และแนวคิดเดียวกับตลาดหน้าหนาวจะยังคงถูกนำมาใช้ในช่วงซัมเมอร์

โมเดลของซันเดอร์แลนด์เป็นทั้งแนวคิดและความจำเป็น สโมสรยังคงให้ความสำคัญกับการปั้นนักเตะจากอคาเดมี รวมถึงเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งจากทั่วโลก ซึ่งไม่เพียงช่วยในเชิงกีฬา แต่ยังสร้างผลกำไรเพื่อนำกลับมาลงทุนต่อได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม กฎ Squad Cost Ratio (SCR) ที่จะเริ่มใช้ในซัมเมอร์นี้ จะจำกัดการใช้จ่ายของสโมสรไม่ให้เกิน 85% ของรายได้ (หรือ 70% สำหรับทีมที่เล่นในยุโรป) แม้ว่ารายได้ของทีมจะเพิ่มขึ้นหลังเลื่อนชั้น แต่ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะค่าตัวแทนนักเตะที่พุ่งสูงขึ้นมากในช่วงสองตลาดล่าสุด

แม้สโมสรจะไม่จำเป็นต้องขายนักเตะเพื่อให้เป็นไปตามกฎ แต่ก็ต้องบริหารอย่างระมัดระวัง เพราะกำไรจากการขายนักเตะบางรายในอนาคตจะไม่ถูกนำมาคำนวณอีก ทำให้การใช้เงินระดับเดียวกับปีก่อนแทบเป็นไปไม่ได้

จากสถานการณ์นี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าซันเดอร์แลนด์จะเน้นเสริมความลึกของทีมในบางตำแหน่งสำคัญ โดยยังคงโฟกัสไปที่นักเตะดาวรุ่งศักยภาพสูง และเติมประสบการณ์เล็กน้อยในบางจุด เช่น กองกลาง ตัวริมเส้น และฟูลแบ็ก

ขณะเดียวกัน นักเตะสำรองบางรายอาจถูกปล่อยออกไป เพื่อเปิดพื้นที่ค่าเหนื่อยสำหรับผู้เล่นใหม่ ส่วนการขายนักเตะตัวหลักอาจไม่จำเป็น แต่ก็ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ทิ้ง หากมีข้อเสนอจากทีมใหญ่ในยุโรปเข้ามา

อย่างไรก็ตาม การที่ผู้เล่นตัวหลักส่วนใหญ่ยังมีสัญญาระยะยาว ทำให้สโมสรยังคงควบคุมสถานการณ์ได้ดี

สรุปแล้ว ตลาดซัมเมอร์ครั้งนี้อาจยังมีการเสริมทัพที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยนักเตะอนาคตไกล แต่คงไม่หวือหวาหรือทุ่มหนักเหมือนปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นกรณีพิเศษในการยกระดับทีมสู่ลีกสูงสุด

    โปรแกรมแข่งขัน