กฎการเงินใหม่จะส่งผลต่อการใช้จ่ายเสริมทัพของซันเดอร์แลนด์อย่างไร

ซันเดอร์แลนด์กำลังเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงกฎการเงินของพรีเมียร์ลีกในช่วงซัมเมอร์นี้ โดย ฟลอรองต์ กิซอลฟี ได้ออกมาพูดถึงตลาดนักเตะของทีมเป็นครั้งแรกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ยืนยันว่าทีมจะพยายามยกระดับขุมกำลัง แต่ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เหมือนซัมเมอร์ก่อน

กิซอลฟียังยอมรับว่าการขายนักเตะอาจเกิดขึ้นในอนาคต แต่สโมสรไม่ได้อยู่ภายใต้แรงกดดันต้องขายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ซัมเมอร์นี้ซันเดอร์แลนด์ต้องปฏิบัติตามกฎใหม่ที่เรียกว่า “Squad Cost Ratio (SCR)” ซึ่งจะมาแทนระบบเดิมอย่าง Profit & Sustainability Rules (PSR) แล้วกฎใหม่นี้หมายความว่าอย่างไรต่อการใช้เงินของทีมทั้งในปีนี้และระยะยาว?

กฎใหม่ต่างจากเดิมอย่างไร?
เดิมที PSR จะจำกัด “ผลขาดทุนรวม” ของสโมสรในช่วง 3 ปี แต่ SCR จะจำกัด “การใช้จ่ายต่อฤดูกาล” โดยสโมสรสามารถใช้เงินได้ไม่เกิน 85% ของรายได้ทั้งหมดกับค่าใช้จ่ายทีมชุดใหญ่ เช่น ค่าเหนื่อย ค่านายหน้า และค่าตัดจำหน่ายค่าตัวนักเตะ (amortisation)
สำหรับทีมที่ได้เล่นฟุตบอลยุโรป เพดานนี้จะลดลงเหลือ 70% เพื่อให้สอดคล้องกับกฎของยูฟ่า

นอกจากนี้ ยังมีการนำ “กำไร-ขาดทุนจากการขายนักเตะ” เฉลี่ย 3 ปี มาคิดรวมด้วย เช่น การขาย ทอมมี่ วัตสัน ให้ไบรท์ตันราว 10 ล้านปอนด์ จะช่วยเพิ่มตัวเลขให้ซันเดอร์แลนด์ปีละประมาณ 3.3 ล้านปอนด์ (ตัวเลขคร่าวๆ เพื่อให้เห็นภาพ)

สโมสรจะต้องแจ้งประมาณการรายได้กับพรีเมียร์ลีกในช่วงซัมเมอร์ เพื่อกำหนดงบของฤดูกาล และจะมีการตรวจสอบอีกครั้งในเดือนมีนาคม หากทีมใช้จ่ายเกินเพดานไม่เกิน 30% จะโดนปรับเงิน แต่ถ้าเกินมากกว่านั้นมีสิทธิ์โดนบทลงโทษด้านกีฬา

กฎใหม่นี้ถูกออกแบบมาให้เข้าใจง่ายขึ้น ลดข้อพิพาททางกฎหมาย และทำให้สโมสรยอมรับได้มากขึ้น

แล้วซันเดอร์แลนด์ได้รับผลกระทบอย่างไร?
ซันเดอร์แลนด์สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนี้ เนื่องจากพวกเขามีระบบสรรหานักเตะที่ดี และฐานแฟนบอลขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพด้านรายได้ในอนาคต อีกทั้งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและอะคาเดมีจะไม่ถูกนับรวมใน SCR ทำให้ทีมสามารถพัฒนาได้ระยะยาว

อย่างไรก็ตาม กฎนี้กลับเอื้อให้ทีม “บิ๊กซิกซ์” ได้เปรียบ เพราะมีรายได้เชิงพาณิชย์มหาศาล ซึ่งเป็นความท้าทายสำหรับซันเดอร์แลนด์ที่เพิ่งกลับสู่ลีกสูงสุด

รายได้ของซันเดอร์แลนด์จะเพิ่มขึ้นอย่างมากจากพรีเมียร์ลีก โดยจากเดิมราว 40 ล้านปอนด์ อาจพุ่งไปถึงประมาณ 170 ล้านปอนด์ในฤดูกาลนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งค่าเหนื่อย ค่าตัว และค่านายหน้า

ตัวอย่างเช่น การเซ็นนักเตะค่าตัว 16.5 ล้านปอนด์ พร้อมสัญญา 5 ปี จะถูกเฉลี่ยเป็นค่าใช้จ่ายราว 3 ล้านปอนด์ต่อปีในระบบ SCR ซึ่งหมายความว่าการเสริมทัพหนักในปีเดียวจะส่งผลระยะยาวต่อเพดานการใช้เงิน

พูดง่ายๆ คือ ซันเดอร์แลนด์สามารถใช้เงินก้อนใหญ่ได้ในซัมเมอร์ที่ผ่านมาเพราะยังไม่กระทบ PSR แต่ภายใต้ SCR ผลกระทบจะทยอยตามมาในปีถัดๆ ไป

บทสรุป
ซันเดอร์แลนด์ยังอยู่ในจุดเริ่มต้นที่ดีทางการเงิน และอาจไม่จำเป็นต้องขายนักเตะในระยะสั้น แต่การทุ่มเงินแบบเดิมซ้ำๆ จะทำไม่ได้อีก เว้นแต่จะมีการขายนักเตะเข้ามาช่วยบาลานซ์

ในอนาคต หากต้องการแข่งกับทีมระดับบน ซันเดอร์แลนด์จำเป็นต้องเพิ่มรายได้ และสร้างกำไรจากตลาดนักเตะควบคู่กันไป โดยซัมเมอร์นี้พวกเขายังมีแผนเสริมทีม แต่จะเป็นการลงทุนแบบระมัดระวังมากขึ้น

กฎใหม่นี้ไม่ได้กระทบแค่ซันเดอร์แลนด์ แต่จะส่งผลต่อหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่แฟนบอลต้องจับตาในการประเมินทิศทางทีมต่อจากนี้

    โปรแกรมแข่งขัน