ศึกฟุตบอลโลก 2026 เปิดฉากขึ้นแล้ว และมีนักเตะของซันเดอร์แลนด์หลายรายได้ลงสัมผัสเวทีลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก โดยผลงานของพวกเขาจนถึงตอนนี้มีดังนี้
วิลสัน อิซิดอร์ – เฮติ 0-1 สกอตแลนด์
วิลสัน อิซิดอร์ ลงสนาม 76 นาที ในเกมที่เฮติกลับมาลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปี แต่ต้องพ่ายให้กับสกอตแลนด์ไปแบบหวุดหวิด 0-1
กองหน้าวัย 25 ปี ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมกลุ่ม C ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ โดยช่วยให้เฮติสู้ได้อย่างสูสีตลอดทั้งเกม อย่างไรก็ตาม ประตูชัยของ จอห์น แม็คกินน์ ในนาทีที่ 28 ซึ่งเป็นลูกยิงแฉลบ เปลี่ยนทิศทาง กลายเป็นประตูตัดสินผลการแข่งขัน
ช่วงท้ายเกม เฮติพยายามเปิดเกมบุกเพื่อทวงประตูตีเสมอ และเกือบทำสำเร็จในช่วง 5 นาทีสุดท้าย แต่ลูกโหม่งของ ฟร็องต์ซดี ปิแอร์โรต์ หลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย
อิซิดอร์ และเพื่อนร่วมทีมจะลงสนามนัดต่อไปพบกับบราซิล ในวันเสาร์หน้า
เชมส์ดีน ทัลบี – บราซิล 1-1 โมร็อกโก
เชมส์ดีน ทัลบี ได้ประเดิมสนามในศึกฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมช่วยให้โมร็อกโกเก็บผลเสมอสุดน่าประทับใจ 1-1 กับบราซิล ในเกมนัดเปิดสนามกลุ่ม C ที่เมตไลฟ์ สเตเดียม
ปีกของซันเดอร์แลนด์ถูกส่งลงสนามในช่วงครึ่งหลัง และมีส่วนช่วยให้โมร็อกโกรักษาผลเสมอกับอดีตแชมป์โลก 5 สมัยได้สำเร็จ
โมร็อกโกขึ้นนำก่อนจาก อิสมาเอล ไซบารี ก่อนที่ วินิซิอุส จูเนียร์ จะโชว์ความสามารถเฉพาะตัวซัดตีเสมอให้บราซิลก่อนหมดครึ่งแรก
การลงมาของทัลบีช่วยเพิ่มความสดให้ทีม และพา “สิงโตแห่งแอตลาส” คว้า 1 คะแนนสำคัญจากเกมแรกได้สำเร็จ
กรานิต ชาคา – กาตาร์ 1-1 สวิตเซอร์แลนด์
กรานิต ชาคา สวมปลอกแขนนำทัพสวิตเซอร์แลนด์ ในเกมที่พวกเขาถูกกาตาร์ตีเสมอช่วงท้ายเกมอย่างน่าเสียดาย ในศึกฟุตบอลโลกกลุ่ม B
มิดฟิลด์ของซันเดอร์แลนด์ลงเล่นให้ทีมชาติเป็นนัดที่ 147 พร้อมสร้างสถิติใหม่ให้วงการฟุตบอลสวิส ร่วมกับ ริคาร์โด้ โรดริเกซ หลังทั้งคู่ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์เป็นครั้งที่ 13
สวิตเซอร์แลนด์ดูเหมือนจะคว้าชัยได้อยู่แล้ว หลังจาก บรีล เอ็มโบโล ยิงจุดโทษให้ทีมขึ้นนำในครึ่งแรก แต่หลังจากพลาดโอกาสบวกสกอร์เพิ่มหลายครั้ง พวกเขาก็ถูกลงโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อ บูอาเล็ม คูคี โหม่งตีเสมอให้กาตาร์
ชาคา และสวิตเซอร์แลนด์ จะหันไปโฟกัสเกมนัดต่อไปกับ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
โอมาร์ อัลเดเรเต้ – สหรัฐอเมริกา 4-1 ปารากวัย
โอมาร์ อัลเดเรเต้ ลงสนามครบ 90 นาที แต่ไม่สามารถช่วยให้ปารากวัยรอดพ้นความพ่ายแพ้ได้ หลังถูกเจ้าภาพร่วม สหรัฐอเมริกา ถล่ม 4-1
สหรัฐฯ ออกสตาร์ตอย่างร้อนแรงที่ลอสแอนเจลิส โดยได้ประตูนำจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ดาเมียน โบบาดิย่า ก่อนที่ โฟลาริน บาโลกุน อดีตกองหน้าอาร์เซน่อล จะเหมาคนเดียว 2 ประตู
ปารากวัยตีไข่แตกได้จาก เมาริซิโอ ในครึ่งหลัง แต่ประตูสุดสวยของ โจวานนี่ เรย์น่า ช่วงท้ายเกมก็ปิดกล่องพาสหรัฐฯ เก็บสามแต้มแรกได้สำเร็จ
อัลเดเรเต้ และปารากวัย จะลงสนามนัดต่อไปพบกับ ตุรกี ในศึกกลุ่ม D วันเสาร์หน้า.

