กรานิต ชาก้า ได้แสดงจุดยืนเกี่ยวกับ ซันเดอร์แลนด์ เอาไว้อย่างชัดเจนแล้ว ท่ามกลางกระแสข่าวต่อเนื่องที่เชื่อมโยงเขากับการย้ายไป เบซิคตัส ในช่วงซัมเมอร์นี้
รายงานจากตุรกีระบุว่า มิดฟิลด์ของซันเดอร์แลนด์รายนี้ “กระตือรือร้นที่จะย้ายร่วมทีม” เบซิคตัส โดยสื่ออย่าง Sabah อ้างว่าสโมสรดังจากตุรกีกำลังพิจารณาดึงตัวแข้งทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์รายนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการทำทีมฤดูกาลหน้า
มีการอ้างว่า เซอร์เกน ยาลชิน กุนซือของทีม จะเข้าพูดคุยกับ เซอร์ดาล อดาลี ประธานสโมสร ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเพื่อประเมินเป้าหมายเสริมทัพ ซึ่งชื่อของชาก้าก็อยู่ในลิสต์ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม รายงานเดียวกันระบุว่า แม้ชาก้าจะ “สนใจเล่นให้เบซิคตัส” แต่ดีลนี้ยังไม่ใช่ลำดับความสำคัญอันดับต้น ๆ ของสโมสร โดยขั้นตอนต่อไปจะขึ้นอยู่กับมุมมองของยาลชิน ว่าต้องการเดินหน้าดีลนี้จริงหรือไม่ ก่อนที่จะมีการติดต่อกับซันเดอร์แลนด์
ขณะที่ฝั่งซันเดอร์แลนด์เองมีจุดยืนชัดเจน พวกเขาต้องการเก็บชาก้าเอาไว้ หลังเจ้าตัวกลายเป็นกำลังสำคัญอย่างมากในฤดูกาลแรกที่ทีมกลับสู่พรีเมียร์ลีก
ชาก้ายังมีสัญญากับทีมถึงปี 2028 ทำให้ “แมวดำ” ไม่ได้อยู่ภายใต้แรงกดดันที่จะต้องขาย และหากจะเกิดการย้ายทีมจริง ก็น่าจะต้องเกิดจากทั้งข้อเสนอมหาศาล รวมถึงความต้องการจากตัวนักเตะเอง
ซึ่งเมื่อดูจากบทสัมภาษณ์ล่าสุดของชาก้า ก็แทบไม่เหมือนนักเตะที่กำลังมองหาทางย้ายออกจากเวียร์ไซด์เลย
ในการพูดคุยผ่านพอดแคสต์ Park the Bus ร่วมกับอดีตแข้งซันเดอร์แลนด์อย่าง สตีเวน คาลด์เวลล์ และ เควิน คิลเบน ชาก้าพูดถึงชีวิตที่ซันเดอร์แลนด์อย่างอบอุ่น ทั้งเรื่องครอบครัว ความสุขในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ แฟนบอล และอิทธิพลของ เรจิส เลอ บรีส์
ชาก้ากล่าวว่า
“ผมมีความสุขมากจริง ๆ ที่นี่มันเหมือนตอนที่ผมเติบโตขึ้นมา ทั้งเรื่องทัศนคติและผู้คน ทุกคนทำงานหนักมาก ผมกับครอบครัวมีความสุขและสนุกกับเวลาที่นี่ สนามยอดเยี่ยม แฟนบอลก็ผลักดันพวกเราอย่างเต็มที่เสมอ”
“เราทำได้ดีมากช่วงต้นฤดูกาล แน่นอนว่าหลังจากนั้นเราแพ้ในบ้านไปบ้าง แต่นี่คือส่วนหนึ่งของเส้นทางของเรา โดยรวมแล้วผมคิดว่าเราควรภูมิใจกับสิ่งที่ทำได้”
“ผมรู้จักทีมนี้มาก่อนอยู่แล้ว ตอนปี 2016 ผมติดโทษแบนเลยไม่ได้ลงเล่นเจอพวกเขา และผมก็เคยดูสารคดี Netflix แต่เมื่อคุณได้มาอยู่จริง ๆ คุณจะสัมผัสได้เลยว่านี่คือสโมสรที่ยิ่งใหญ่ ทั้งฐานแฟนบอล โครงสร้างสโมสร รวมถึงนักเตะที่เรามี มันเป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ และพวกเรากำลังมีความสุขกับที่นี่”
แม้อายุจะครบ 33 ปีไปแล้วในฤดูกาลนี้ แต่ชาก้ายืนยันว่าเขายังเชื่อว่าตัวเองมีดีพอสำหรับฟุตบอลระดับสูง
“ผมพูดเสมอว่าผมเหมือนไวน์แดง ยิ่งแก่ยิ่งดี! ตอนนี้ผมรู้สึกแข็งแรงมาก ทั้งร่างกายและจิตใจ”
“ที่ซันเดอร์แลนด์ ผมพยายามถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับนักเตะดาวรุ่ง ทั้งเรื่องการทำงานหนักในทุกวัน และสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากสโมสรระดับท็อปอย่าง อาร์เซนอล และ เลเวอร์คูเซน”
“ผมกำลังสนุกกับช่วงเวลานี้ และพยายามมอบเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเองให้กับทีม รวมถึงเพื่อตัวผมเองด้วย”
นอกจากนี้ ชาก้ายังกล่าวชื่นชม เรจิส เลอ บรีส์ ผู้จัดการทีมซันเดอร์แลนด์ พร้อมย้อนพูดถึงอิทธิพลของอดีตกุนซืออย่าง มิเกล อาร์เตต้า และ ชาบี อลอนโซ่ ที่ช่วยพัฒนาเขาในช่วงปลายอาชีพ
“ผมโชคดีมากกับโค้ชสองคนก่อนหน้านี้ เพราะทั้งคู่เคยเป็นกองกลาง”
“ในปี 2019 มิเกล อาร์เตต้า ทำให้ผมมองฟุตบอลต่างออกไป เขาเป็นคนที่ทำให้ผมเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน”
“ส่วนชาบีคือเรื่องของความสมบูรณ์แบบ ทั้งตอนมีบอล ไม่มีบอล เรื่องทัศนคติ และความเป็นมนุษย์ สำหรับผมมันเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกับทั้งสองคน”
“ตอนนี้ผมได้ทำงานกับเจ้านายคนใหม่ ซึ่งผมเรียกเขาว่า อาร์แซน เวนเกอร์ คนที่สอง เขามาจากวัฒนธรรมฟุตบอลที่แตกต่าง และใส่ใจรายละเอียดมาก ผมพยายามเรียนรู้จากทุกคนเพื่อนำไปใช้ในอนาคต”

