“เลอ บรีส์ แตกต่างจากผู้จัดการทีมหรือเฮดโค้ชทุกคนที่ผมเคยเห็นคุมทีมรักของผม”
ตลอดช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ซันเดอร์แลนด์ผ่านทั้งช่วงเวลาแห่งความสำเร็จและความล้มเหลว มีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของทีม ปรับโครงสร้างสโมสร และเปลี่ยนผู้จัดการทีมมานับไม่ถ้วน ทำให้คำว่า “กุนซือที่สมบูรณ์แบบสำหรับซันเดอร์แลนด์” เปลี่ยนความหมายไปหลายครั้ง
สโมสรเคยมีกุนซือสายดุดันและสร้างแรงกระตุ้นอย่าง โทนี่ โมว์เบรย์, ปีเตอร์ รีด, รอย คีน, อเล็กซ์ นีล และ มิก แม็คคาร์ธี่ รวมถึงกุนซือสไตล์เรียบง่ายอย่าง ฟิล พาร์กินสัน, ไซมอน เกรย์สัน และ คริส โคลแมน
ยังมีกุนซือที่ทำให้แฟนบอลผิดหวังอย่าง ฮาวเวิร์ด วิลกินสัน และ เดวิด มอยส์ รวมถึงตัวละครสุดร้อนแรงอย่าง เปาโล ดิ คานิโอ และ กุส โปเยต์
แต่เมื่อแฟนบอลคิดว่าพวกเขาได้เห็นผู้จัดการทีมมาทุกรูปแบบแล้ว ชายชาวฝรั่งเศสผู้พูดนุ่มนวล รักเสียงเพลงของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ และมีชื่อเสียงด้านการพัฒนาเยาวชน ก็เข้ามารับงานพาซันเดอร์แลนด์กลับสู่พรีเมียร์ลีก
หลายคนมองว่าเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ในปี 2024 แต่เมื่อมองย้อนกลับไปถึงเส้นทางที่เขาพาสโมสรเดินมา มันกลายเป็นความร่วมมือที่สมบูรณ์แบบระหว่างโค้ชและสโมสร
ใกล้จะครบ 2 ปีนับตั้งแต่เขาเข้ามารับตำแหน่ง แน่นอนว่าจะมีบทวิเคราะห์มากมายเกี่ยวกับผลงานของเขา แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว ขอสรุปง่าย ๆ ว่า
“เรกิส เลอ บรีส์ แตกต่างจากผู้จัดการทีมทุกคนที่ผมเคยเห็นคุมซันเดอร์แลนด์”
นี่ไม่ใช่แค่เพราะผลงานอันยอดเยี่ยมตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา แต่เป็นเพราะตัวตน วิธีคิด ปรัชญาฟุตบอล และความสามารถในการรับมือกับแรงกดดันมหาศาลของสโมสรแห่งนี้
เลอ บรีส์ อาจไม่ใช่กุนซือที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก แต่เขาคือกุนซือที่เหมาะสมที่สุดสำหรับซันเดอร์แลนด์ในเวลานี้
เขาเยือกเย็น มั่นคง ยึดมั่นในมาตรฐานสูง และปลุกศักยภาพบางอย่างของสโมสรขึ้นมาได้ ซึ่งแฟนบอลหลายคนไม่คิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้
นั่นคือเหตุผลที่ผู้เขียนมักออกมาปกป้องเขาเสมอ เมื่อมีคนเรียกร้องให้สโมสรปลดโค้ชหลังผลงานไม่ดีเพียงไม่กี่นัดในฤดูกาลที่ผ่านมา
ผู้จัดการทีมหลายคนในอดีตต่างมีข้อบกพร่องที่ถูกหยิบยกมาวิจารณ์ได้เมื่อทีมมีปัญหา แต่สำหรับเลอ บรีส์ เรื่องนั้นแทบหาไม่ได้เลย
ผู้เขียนชื่นชอบความสุขุม ความนิ่ง มาตรฐานที่เขาตั้งไว้ให้ลูกทีม วิธีการวางตัวทั้งในยามชนะและแพ้ รวมถึงการให้สัมภาษณ์ที่เต็มไปด้วยเหตุผลและมุมมองที่น่าสนใจ
เขาอาจไม่ใช่กุนซือที่สร้างคำพูดเด็ด ๆ เหมือน เอียน ฮอลโลเวย์ หรือ แฮร์รี่ เรดแนปป์ แต่แทบทุกครั้งที่พูด เขามักทิ้งประเด็นให้แฟนบอลได้คิดต่อเสมอ
ผู้เขียนยังตั้งคำถามว่า
“แฟนซันเดอร์แลนด์เคยได้ฟังผู้จัดการทีมคนไหนที่พูดเรื่องฟุตบอลด้วยความรู้ ความนิ่ง ประสบการณ์ และความหลงใหลในเกมได้ลึกซึ้งเท่าเลอ บรีส์หรือไม่?”
แน่นอนว่า รอย คีน หรือ ปีเตอร์ รีด อาจมีบุคลิกที่โดดเด่นกว่าในข้างสนาม แต่เลอ บรีส์ คือโค้ชสไตล์ยุโรปที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เป็นคนที่หากเคยเห็นคุมทีมในยูโรปาลีกมาก่อน แฟนบอลคงคิดว่า “ถ้าวันหนึ่งเขามาคุมซันเดอร์แลนด์ก็คงดี”
และสุดท้าย ผู้เขียนเชื่อว่า หากซันเดอร์แลนด์ต้องการก้าวไปยังจุดที่ไม่เคยไปถึงมาก่อน สโมสรจำเป็นต้องมีคนแบบเขา
ในยุคที่ฟุตบอลเต็มไปด้วยโค้ชนักคิดและปรัชญาการเล่นที่ซับซ้อน การเป็นเพียง “โค้ช” อย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป
ซันเดอร์แลนด์อาจมาถึงจุดนี้ช้ากว่าหลายสโมสร แต่การมี เรกิส เลอ บรีส์ เป็นผู้นำ ทำให้แฟนบอลมั่นใจว่าสโมสรจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในโลกฟุตบอลยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

