หลังจากหนึ่งในสุดสัปดาห์ที่ดราม่าและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่สุดครั้งหนึ่งในความทรงจำ เราได้พูดคุยกับ Wise Men Say เพื่อฟังความคิดเห็นของพวกเขาต่อการที่สโมสรซันเดอร์แลนด์คว้าตั๋วไปเล่นยูโรปาลีกได้สำเร็จ…
“โกล-ฮูม, แอสซิสต์-โอ’เนียน, ซันเดอร์แลนด์ 1-0 เชลซี (นาที 25)”
หากมองแบบไร้อารมณ์และไม่มีบริบท ข้อความสั้น ๆ นี้อาจดูไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไรนัก
แต่สำหรับแฟนบอลซันเดอร์แลนด์ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะอ่านข้อความเหล่านี้โดยไม่มีรอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้า
เรื่องราวส่วนใหญ่ของฤดูกาลนี้มักพูดถึงอิทธิพลของนักเตะใหม่ที่เข้ามาเสริมทีม แต่ก็เหมาะสมอย่างยิ่งที่ประตูสำคัญเช่นนี้จะเกิดจากสองแข้งที่เติบโตขึ้นมาพร้อมสโมสรตั้งแต่สมัยลีกวัน
ฮูมคือกำลังหลักของทีมมาตลอดฤดูกาล ขณะที่โอ’เนียน แม้จะไม่ได้มีโอกาสลงเล่นสม่ำเสมอ แต่ทุกครั้งที่ถูกเรียกใช้งาน เขาก็ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมเดินหน้าทำลายคำสบประมาทและยกระดับตัวเองอยู่เสมอ
นี่คือภาพสะท้อนของความงดงามในความสำเร็จของพวกเราฤดูกาลนี้ ตั้งแต่นักเตะที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่เดอะ แชมเปียนชิพ หรือแม้แต่ลีกวัน ไปจนถึงแข้งอย่างกรานิต ชาก้า และนอร์ดี้ มูคิเอเล่ ความเป็นหนึ่งเดียวกันของทีมชุดนี้คือภาพที่น่าประทับใจอย่างแท้จริง
ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวานนี้ ทุกคนที่ให้สัมภาษณ์ต่างกล่าวขอบคุณ ตั้งแต่ผู้อำนวยการฟุตบอล ทีมสตาฟฟ์โค้ช ไปจนถึงแฟนบอล และทั้งหมดก็สะท้อนคติประจำสโมสรในฤดูกาลนี้ — “Stay humble” หรือ “จงถ่อมตัวเข้าไว้”
คงไม่มีใครแปลกใจหากเรจิส เลอ บรีส์ ผู้แสนเรียบง่าย จะกล่าวชื่นชมทุกคนยกเว้นตัวเอง แต่สิ่งที่เขาทำกับทีมชุดนี้ ไม่ใช่แค่การสร้างทีมฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น หากยังหล่อหลอมให้สโมสรแห่งนี้สะท้อนความหมายของการเป็นตัวแทนของเมืองนี้ และแฟนบอลซันเดอร์แลนด์ทั่วโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งแทบเรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์
“‘Til The End” จากเดิมที่เป็นเพียงสโลแกนทางการตลาด วันนี้มันได้กลายเป็นตัวตนทั้งหมดของสโมสรไปแล้ว
พวกเราถูกตั้งคำถามและถูกมองข้ามมาตลอดทุกช่วงของการเดินทาง แต่เหมือนที่ชาก้าพูดไว้ว่า
“นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น และพวกเราต้องการมากกว่านี้!”

