Malc Dugdale วิเคราะห์…
มันเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยาก เพราะเหมือนกับฤดูกาลที่แล้ว เราเองก็ยังไม่รู้ชัดว่าทีมกำลัง “ลงทุนเพื่ออะไร” กันแน่ แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ ก็ต้องยอมรับว่าฝ่ายบริหารรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่
การซื้อนักเตะเพื่อ “ยืนระยะกลางตารางและมีลุ้นไปยุโรป” แตกต่างจากการซื้อนักเตะเพื่อ “ลุยท็อป 8 พรีเมียร์ลีก และเล่นฟุตบอลยุโรป” อย่างชัดเจน (ลองถามแฟนนิวคาสเซิลดู พวกเขาทำเรื่องนี้ได้ไม่ดีนัก)
ด้วยสถานการณ์ที่ทีมยังขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ (ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ดี) ผมมองว่าเราควรเสริมในตำแหน่งที่ยังขาดความลึก แต่ต้องเป็นนักเตะที่มีคุณภาพพอจะยกระดับขึ้นมาได้ หากต้องไปเล่นฟุตบอลยุโรป
ปีกยังเป็นปัญหาใหญ่
ตอนนี้ปีกบาดเจ็บกันเยอะมาก หวังว่าช่วงซัมเมอร์จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นบ้าง แต่ถ้าอยากยกระดับจริงๆ เราน่าจะต้องมี “ปีกระดับท็อป” เพิ่มอีกอย่างน้อยหนึ่งคน
เราไม่สามารถส่ง เอ็นโซ เลอ เฟ และ คริส ริกก์ ไปยืนริมเส้น แล้วหวังจะแข่งขันกับทีมท็อป 8 หรือในเวทียุโรปได้ ถึงแม้ทั้งคู่จะทำผลงานได้ดีเวลาถูกใช้งานก็ตาม
ถ้ามันเป็นแท็กติกก็อีกเรื่อง แต่ตอนนี้มันดูเหมือนเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มากกว่าจะเป็นแผนที่ตั้งใจใช้ ซึ่งไม่ควรเป็นแบบนั้น
แนวรับต้องมีตัวเลือกเพิ่ม
เกมรับก็ยังต้องเพิ่มความลึก
ลุทชาเรล เกียร์ทรุยดา ทำหน้าที่แทนได้ดี แต่ก็อาจไม่ได้อยู่กับทีมต่อ
ลุค โอนีอัน ก็ทำผลงานได้ดี แม้จะมีผิดพลาดบ้าง
ถ้าเราสามารถหาเซ็นเตอร์แบ็คเพิ่มอีกหนึ่งคน เพื่อมาแข่งขันและเป็นตัวสำรองให้ แดน บอลลาร์ด และ โอมาร์ อัลเดเรเต้ ได้ จะเป็นเรื่องที่ดีมาก
ตำแหน่งแบ็คซ้ายก็ยังน่ากังวล
- เดนนิส เซอร์คิน มีอาการบาดเจ็บบ่อย
- ไรนิลโด้ มีทั้งเรื่องอายุและความฟิต
ส่วนแบ็คขวาอย่าง นอร์ดี มูคิเอเล่ และ ไทร ฮูม ถือว่าแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่ถ้าโปรแกรมแข่งถี่ขึ้น ก็อาจต้องเสริมเพิ่มเพื่อรองรับสภาพร่างกายที่ต้องใช้งานหนักขึ้น
กลางกับหน้า ยังไงก็ต้องเสริม
สองตำแหน่งหลักที่ต้องลงทุนแน่นอนคือ กองกลาง และ กองหน้า
ไบรอัน บร็อบบีย์ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม แต่เขายังต้องการตัวช่วย
เอลีเอเซร์ มาเยนด้า อาจเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบได้
แต่ก็ดูเหมือนจะถึงเวลาที่ต้องปล่อย วิลสัน อิซิดอร์ และหาคนใหม่เข้ามาแข่งขันแย่งตำแหน่ง
แม้ผู้เขียนจะชอบอิซิดอร์มาก (ถึงขั้นตั้งชื่อไก่ในบ้านตามเขา) แต่ฤดูกาลนี้เขายังไม่เข้าที่ และดูไม่เป็นตัวเองเลย
ดังนั้นต้องแก้ให้กลับมา หรือไม่ก็ต้องเปลี่ยน
แผนระยะยาวของ กรานิต ชาก้า
อีกเรื่องสำคัญคือการวางแผนแทน กรานิต ชาก้า
เขาเป็นทั้งผู้นำและนักเตะที่สร้างความแตกต่างได้ แต่กำลังจะอายุ 34 ปีในเดือนกันยายน และทีมก็เปลี่ยนไปชัดเจนเมื่อไม่มีเขาอยู่ในสนาม
ทางเลือกมีสองแบบ
- ดันนักเตะภายในทีมขึ้นมา พร้อมหาดาวรุ่งเข้ามาเรียนรู้
- หรือซื้อนักเตะสไตล์เดียวกันที่อายุน้อยกว่า แล้วให้คนอื่นค่อยๆ เรียนรู้จากเขา
ผู้เขียนเชื่อว่า ชาก้า อาจกลายเป็นเหมือน เนียลล์ ควินน์ ในอนาคต คือผันตัวไปเป็นโค้ช หรือมีบทบาทในสโมสร
แต่ “ตอนนี้” คือเวลาที่ต้องเริ่มวางแผนสืบทอดตำแหน่งของเขา
และด้วยโอกาสไปเล่นฟุตบอลยุโรปที่ใกล้เข้ามา ระดับนักเตะที่ทีมสามารถดึงเข้ามาแทนเขาได้ ก็สูงขึ้นกว่าเดิมมาก
สรุปส่งท้าย
ถ้าเป็นผม ผมจะรีบลุยตลาดทันที เพราะตอนนี้ทีมกำลังไปได้สวย
ไปเอาขุมกำลังระดับลุยแชมเปี้ยนส์ลีกมาให้ครบเถอะ คุณ Ghisolfi!

