กุนซือ ซันเดอร์แลนด์ อย่าง เรจิส เลอ บริส ออกมาเปิดเผยถึงความรู้สึกของ เชมสดีน ทัลบี และ ฮาบิบ ดิยาร์รา หลังทั้งคู่ได้รับผลกระทบจากคำตัดสินสุดแปลกในศึก แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์
เฮดโค้ชชาวฝรั่งเศสยอมรับว่าสถานการณ์ที่มีการกลับคำตัดสินผลนัดชิงชนะเลิศนั้น “ค่อนข้างแปลก” สำหรับนักเตะทั้งสองคน โดยในเกมดังกล่าว ดิยาร์รา พาทีม เซเนกัล เอาชนะ โมร็อกโก ของทัลบี ภายใต้สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยข้อถกเถียง
เกมทำท่าว่าจะจบลงแบบไร้สกอร์ จนกระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ผู้ตัดสิน ฌอง ฌาคส์ เอ็นดาลา เป่าให้โมร็อกโกได้จุดโทษจากการเช็ก VAR ในจังหวะปะทะกับ บราฮิม ดิอาซ
การตัดสินดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับฝั่งเซเนกัลอย่างหนัก ถึงขั้นที่กุนซือ ปาเป้ เธียว พาลูกทีมเดินออกจากสนามเพื่อประท้วง ก่อนจะกลับมาแข่งต่อหลังหยุดเกมไปราว 17 นาที
หลังจากนั้น ดิอาซ ยิงจุดโทษไม่เข้า โดยถูกเซฟโดย เอดูอาร์ เมนดี้ ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าจบเกม และในช่วงต่อเวลาพิเศษ ปาเป้ เกย์ ยิงประตูชัยให้เซเนกัล คว้าแชมป์ไปครองในสนาม
อย่างไรก็ตาม ภายหลัง สมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา ได้มีคำตัดสินว่าการกระทำของเซเนกัลผิดกฎการแข่งขัน ส่งผลให้ถูกปรับแพ้ และเปลี่ยนผลการแข่งขันเป็นโมร็อกโกชนะ 3-0 ทำให้ดิยาร์ราถูกริบแชมป์ไปโดยปริยาย แม้ว่าฝั่งเซเนกัลจะเตรียมยื่นอุทธรณ์ก็ตาม
เลอ บริส กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า
“มันค่อนข้างแปลกนะ พวกเขาไม่ได้แสดงปฏิกิริยาเกินเลยอะไร เกมมันตัดสินกันในสนาม แต่ตอนนี้เหมือนมีอีกเกมหนึ่งที่ไม่ได้เล่นในสนาม สำหรับนักเตะ พวกเขายังรู้สึกว่าผู้ชนะถูกตัดสินไปแล้วในสนาม ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหลังจากนั้น มันก็ไม่ใช่สิ่งที่มีความหมาย”
นอกจากนี้ กุนซือซันเดอร์แลนด์ยังพูดถึงช่วงพักเบรกทีมชาติที่กำลังจะมาถึง ซึ่งทีมจะมีเวลาห่างจากเกมพบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไปจนถึงเกมถัดไปกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ นานถึง 3 สัปดาห์ โดยมองว่าอาจเป็นโอกาสดีในการฟื้นฟูทีม
“ช่วง 3 สัปดาห์นี้น่าจะมีประโยชน์ เราอาจมีนักเตะบาดเจ็บอยู่ระหว่าง 4-8 คน ขุมกำลังเราก็ไม่ได้ใหญ่มาก และมีนักเตะที่ยังขาดประสบการณ์หลายคน เมื่อขาดตัวหลักไป มันยิ่งทำให้ยากขึ้น แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในช่วงโปรแกรมทีมชาติ”

