ซันเดอร์แลนด์ยังไม่ชนะใครมา 4 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่เอาชนะสเปอร์ส 1-0 เมื่อเดือนเมษายน โดยช่วงเวลาดังกล่าวรวมถึงเกมแพ้ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 5-0 คาบ้านด้วย
อย่างไรก็ตาม หลายเกมที่ผ่านมา “แมวดำ” ยังมีผลงานที่ดีและสร้างโอกาสสำคัญได้หลายครั้ง เพียงแต่ขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย เช่นเกมกับ แอสตัน วิลล่า ที่ ฮาบิบ ดิยาร์ร่า หลุดเดี่ยวแต่ยิงติดเซฟ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ หรือเกมเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0 ที่ เซเน่ แลมเมนส์ เซฟจังหวะยิงของ โนอาห์ ซาดิกี้ และ ไบรอัน บร็อบบีย์ ได้
เลอ บรีส์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือต้องไม่ลืมว่านักเตะหลายคนยังอายุน้อย และต้องใช้เวลาในการพัฒนาความเฉียบคม
“มันคือเรื่องของประสบการณ์ ความเป็นผู้ใหญ่ และการได้ผ่านสถานการณ์ยาก ๆ เพื่อสร้างพื้นฐานให้พวกเขาทำงานหนักขึ้นในสนามซ้อม แล้วค่อยพัฒนาต่อไป เพราะพวกเขายังมีเป้าหมายให้ไล่ตาม”
“การจบสกอร์เป็นเรื่องของสัญชาตญาณ แต่เราต้องทำงานให้มากขึ้นในเรื่องการตัดสินใจ ผมพูดเสมอว่าพวกเขายังเด็กมาก ฮาบิบ อายุ 22 ปี โนอาห์ อายุ 21 ปี และนี่คือฤดูกาลแรกของพวกเขาในพรีเมียร์ลีก พวกเขาต้องผ่านสถานการณ์ใหม่ ๆ ต้องรู้สึกผิดหวัง แล้วใช้มันเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเอง”
กุนซือชาวฝรั่งเศสยังย้ำว่า ซัมเมอร์นี้สโมสรจะเป็นการ “พัฒนาทีม” มากกว่าการ “ยกเครื่องใหม่” โดยคาดว่าจะมีการเสริมทัพเพียงไม่กี่ราย เพื่อเพิ่มคุณภาพตัวจริงและความลึกของทีม
เลอ บรีส์ มองว่า ฟอร์มในเกมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งกำลังรั้งอันดับ 3 ของลีก เป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าทีมชุดนี้มีศักยภาพในการแข่งขันกับทีมระดับท็อปได้
“นี่คือพื้นฐานที่ดี เกมนี้แสดงให้เห็นว่าเราสามารถแข่งขันกับทีมที่ดีที่สุดในลีกได้ และเราก็รักษามาตรฐานได้ต่อเนื่อง ตอนนี้เหลือแค่การปรับรายละเอียด ความนิ่งจะเป็นกุญแจสำคัญ ถ้าเราเพิ่มคุณภาพได้อีก 3-4 จุด มันจะช่วยทีมได้มาก”
ด้าน โนอาห์ ซาดิกี้ ยอมรับหลังเกมว่าเขาผิดหวังมากกับโอกาสที่พลาดไป
“พวกเราผิดหวังมาก เรามีโอกาสชนะเกมนี้ ผมเองก็มีสองครั้ง ผมเสียใจที่จบสกอร์ไม่ได้และช่วยทีมไม่ได้”
“ผมยังไม่รู้เลยว่าตอนหลุดเดี่ยวผมคิดอะไรอยู่ ผมต้องทำให้ดีกว่านี้”
“แต่ฟอร์มแบบนี้แสดงให้เห็นว่าเรากำลังพัฒนาในพรีเมียร์ลีกวันต่อวัน มันคือการตอบแทนแฟนบอล แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะเราไม่ได้ 3 คะแนน”

