ซันเดอร์แลนด์ พ่ายแพ้ต่อ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-5 ที่สนามสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
เรฌิส เลอ บรีส์ ยืนยันว่าการตัดสินใจเปลี่ยนตัว คริส ริกก์ ออกในช่วงพักครึ่งเกมกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ไม่ได้สะท้อนถึงฟอร์มการเล่นของดาวรุ่งรายนี้แต่อย่างใด
ซันเดอร์แลนด์ ตามหลังถึง 0-4 ตั้งแต่ครึ่งแรก หลังออกสตาร์ทได้อย่างย่ำแย่ และเสียถึงสามประตูจากลูกตั้งเตะ เลอ บรีส์ จึงตัดสินใจปรับแท็กติกทันทีในช่วงพักครึ่ง ด้วยการส่ง เรนิลโด้ ลงสนาม และเปลี่ยนระบบมาเล่นกองหลัง 5 คนในครึ่งหลัง
กุนซือของซันเดอร์แลนด์ย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับฟอร์มของ ริกก์ แต่เป็นเรื่องของการปรับแผนและเติมประสบการณ์ของ เรนิลโด้ ลงไปในทีม
“มันไม่ใช่ความผิดของคริส แน่นอนอยู่แล้ว” เลอ บรีส์ กล่าว
“มันเป็นการตัดสินใจทางแท็กติก ผมต้องการเปลี่ยนรูปแบบการเล่น เพื่อเพิ่มความเข้มข้นด้วยการส่งเรนิลโด้ลงไป เขามีทั้งความดุดันและประสบการณ์ ซึ่งช่วยให้เราเปลี่ยนโครงสร้างทีมได้ เราจำเป็นต้องเปลี่ยนโมเมนตัม และเราทำได้ในครึ่งหลัง แม้จะยิงประตูไม่ได้ก็ตาม”
ก่อนหน้านี้ เรนิลโด้ ไม่ได้มีชื่อเป็นตัวจริงในเกมดังกล่าว ซึ่งถือว่าน่าประหลาดใจ โดยเขาถูกแทนที่ด้วย เทร ฮูม หลังจากแข้งทีมชาติไอร์แลนด์เหนือรายนี้เพิ่งยิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้จากม้านั่งสำรองในเกมกับ แอสตัน วิลล่า เมื่อสัปดาห์ก่อน
มีรายงานว่า เรนิลโด้ เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีอาการป่วยเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ เลอ บรีส์ ยืนยันว่า การเลือกตัวครั้งนี้เป็นเรื่องแท็กติก
“เรามีตัวเลือกหลายคนในตำแหน่งนี้” เขากล่าว
“เทร ทำได้ดีมากในสัปดาห์ที่แล้ว ดังนั้นเขาสมควรได้ออกสตาร์ท เรามีฟูลแบ็กที่แข็งแกร่งถึงสามคนที่สามารถเล่นในระดับนี้ได้ และมันเป็นการตัดสินใจของผม”
เลอ บรีส์ ยังพูดถึงสิ่งที่ผิดพลาดในครึ่งแรกว่า
“มันเจ็บปวดมาก เพราะนี่ไม่ใช่ภาพที่เราต้องการแสดงออกมา สำหรับนักเตะมันเหมือนโดนชกหน้า และสำหรับผมก็เช่นกัน”
“หลังจากนั้นคุณจะไปบ่นหรือหาข้อแก้ตัวไม่ได้ คุณต้องเดินหน้าต่อไป และในครึ่งหลัง นั่นคือสิ่งที่เราพยายามทำ อย่างน้อยต้องสู้ อย่างน้อยต้องแสดงให้เห็นว่าคุณมีพลังและภาคภูมิใจที่ได้เป็นนักเตะของซันเดอร์แลนด์ แฟนบอลของเรายังหนุนหลังเรา ซึ่งต้องยอมรับว่าวันนี้พวกเขาทำได้ดีกว่าเรา และเราพยายามเปลี่ยนเกมในครึ่งหลัง เราไม่ยอมแพ้ ซึ่งเป็นสิ่งขั้นต่ำที่ต้องมี”

